วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันหยุดของฉัน...... (12-15 สิงหาคม 2553)

ในระหว่างวันที่ 12-15 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นช่วงวันหยุดยาวของฉัน
วันที่ 12  ฉันออกเดินทางกลับบ้านเกิด (จ. สกลนคร) ไปขึ้นรถที่ บขส. คนเยอะมากๆๆๆๆ  เลยเปลี่ยนแผนการเดินทางจากการขึ้นรถมินิบัส มหาสารคาม-สกลนคร  ไปขึ้น สารคาม-กาฬสินธุ์ แทน  รถออกประมาณ 10 โมงเช้า  กว่าจะถึงกาฬสินธุ์ก็ 11 โมงนิดๆ  กะว่าจะไม่ได้ขึ้นรถแอร์แล้ว ดันได้ขึ้นรถแอรร์รอบ 12.00 น.  แอร์เย็นจะไม่ว่าเลย  นีไม่มีความเย็นเลย อึดอัดมาก พัดลมก็ไม่เปิดอีกต่างหาก แต่ว่าอากาศไม่เป็นอุปสรรค  สามารถหลับได้เช่นเดิม  ไปถึงสกลนครตอนบ่ายสามนิดๆ  กว่าจะถึง  ดีใจมากๆๆ   กลับไปถึงแม่ก็ชวนกินข้าวหลาม กับ ขนมหวาน เลยทันที
วันที่ 13 วันนี้ตื่นสาย อดไปหนองคายเลย  เซ็งมากๆๆๆ  เลยต้องอยู่เฝ้าบ้าน  พอแม่กลับมาก็ช่วยแม่พิมพ์งาน  เพราะคอมที่บ้านเสีย  พอเย็นๆก็ไปแวะไปเจอเพื่อนที่ร้านสวนดง นานๆทีเพื่อนเก่าจะกลับมาเจอกัน เม้าท์แตกกันเลยทีเดียว
วันที่ 14  วันนี้ตื่นมาก็โดนแม่บ่นเลยว่าไม่ช่วยทำงาน  เพราะวันนี้แม่จะไปถวายอาหารเพลที่วัด เป็นการทำบุญให้น้องชาย  ไปถึงวัดก็ถวายอาหาร อยู่กินข้าวที่วัดแล้วก็ล้างจาน เยอะมากมาย วันนี้ตั้งใจว่าจะให้การ์ดวันแม่กับแม่นะ  แต่ยังไม่ทันได้เขียนก็หลับก่อน
วันที่ 15 เดินทางกลับ มหาสารคาม   เช่นเดิม คนเยอะมากมายแต่ก็กลับมาถึงสารคามอย่างปลอดภัย

               กลับบ้านไปตั้งหลายวันแต่ก็ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรมากมาย แถมไม่ได้กราบแม่ด้วย แต่ก็รู้สึกสุขใจที่ได้กลับบ้าน ได้เจอหน้าคนที่เราอยากเจอ อบอุ่นใจ กลับมาก็จัดการส่งการ์ดแบบEMSไปให้แม่อย่างทันที  กลับมาก็ต้องมาปวดหัวกับการเรียน การสอบ อีก เฮ้อ... เมื่อไหร่จะเรียนจบ

ลั้ลล้า..
ปุ้มปุ้ย..
(คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ คิดถึงปุ้มปุ้ย คิดถึงสกลนคร.................)

วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันแม่แห่งชาติ

วันแม่แห่งชาติ



ความเป็นมาของวันแม่
            กล่าวกันว่า นางแอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูชาวอเมริกันแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย ได้ใช้ความพยายามร่วม 2 ปี เพื่อเรียกร้องให้มี “วันแม่” ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยในปีค.ศ.1914 (พ.ศ. 2457) โดยประธานาธิบดีวู้ดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือเอาวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็น “วันแม่แห่งชาติ” และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือ “ดอกคาร์เนชั่น” เป็นสัญลักษณ์วันแม่ โดยมี 2 แบบคือ ถ้าแม่มีชีวิตอยู่ ให้ใช้ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ใช้ดอกคาร์เนชั่นสีขาว

สำหรับในประเทศไทยมีการจัดงานวันแม่ครั้งแรก โดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ที่สวนอัมพร แต่เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ต้องงดจัดในปีต่อไป และต่อมาแม้จะมีหลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นจัดขึ้นอีก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร รวมทั้งได้มีการเปลี่ยนแปลงกำหนด “วันแม่” หลายครั้ง
จนเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 คณะรัฐมนตรีสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้มีประกาศรับรองให้วันที่ 15 เมษายนของทุกๆปี เป็น วันแม่ โดยเรียกว่า “วันแม่ของชาติ” และมอบหมายให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้จัดงานเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรก และได้รับความสำเร็จด้วยดี มีประชาชนและหน่วยงานต่างๆให้การสนับสนุนจัดงานกันอย่างกว้างขวางตั้งแต่นั้นมา และยังมีการประกวดแม่แห่งชาติ และคำขวัญวันแม่ เพื่อให้เกียรติและเพิ่มความสำคัญของงานวันแม่ให้ยิ่งๆขึ้นไปด้วย
ต่อมาถึง พ.ศ.2519ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม “เป็นวันแม่แห่งชาติ” เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน วันแม่แห่งชาติ เป็นวันที่ทางราชการกำหนดในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี และถือว่าเป็นวันสำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย และกำหนดให้ใช้ “ดอกมะลิ” เป็นดอกไม้สัญลักษณ์วันแม่





ทำไมจึงใช้ดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำวันแม่
การที่ใช้ “ดอกมะลิ” เป็นสัญลักษณ์วันแม่ ก็เพราะดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมที่หอมไปไกลและหอมได้นาน ผลิดอกได้ทั้งปี อีกทั้งยังนำไปปรุงเป็นเครื่องยาหอมใช้บำรุงหัวใจได้ด้วย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ลึกซึ้งที่แม่มีต่อลูก เป็นความรักที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาที่ไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีพิษมีภัย มีแต่ความชุ่มชื่นใจดั่งความหอมของดอกมะล





วันแม่ในต่างแดน
ประเทศอื่น ๆ ก็มีการกำหนดวันแม่ไว้เช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ใช้วันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม ประเทศรัสเซียใช้วันที่ 28 พฤศจิกายน เป็นต้น
อาทิตย์ที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์    นอร์เวย์
26 พฤษภาคม โปแลนด์
27 พฤษภาคม โบลิเวีย
อาทิตย์ที่สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม สาธารณรัฐโดมินิกัน , สวีเดน
อาทิตย์แรกของเดือน มิถุนายน หรือ อาทิตย์ที่สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม ฝรั่งเศส
12 สิงหาคม ไทย (วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ )
15 สิงหาคม (วันอัสสัมชัญ) คอสตาริกา ,แอนท์เวิร์ป (เบลเยี่ยม)
อาทิตย์ที่ 2 หรือ 3 ของเดือนตุลาคม อาร์เจนตินา (Dia de la Madre)
28 พฤศจิกายน รัสเซีย
8 ธันวาคม ปานามา
22 ธันวาคม อินโดนีเซีย

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อห้วยพลู สุดยอดก๋วยเตี๋ยวมืองกาญจน์

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อห้วยพลู สุดยอดก๋วยเตี๋ยวมืองกาญจน์



นานๆครั้งจะพบจอมยุทธ์กลางหุบเขาที่เก่งกาจวิชาทำก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เนื้อตุ๋น ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วเพียงแค่ปีเดียวเป็นที่รู้จักเรื่องลือของทุกคน จากการฝังตัวเที่ยวตะเวนชิมอาหารเลิศรสของเมืองกาญจน์ เราได้ทราบจากชาวบ้านว่า มีก๋วยเตี๋ยวอยู่จ้าวหนึ่ง ที่ย้ายมาจากที่อื่นๆ เปิดไม่กี่เดือน คนกาญจน์รู้จักกันหมด และจัดให้ความอร่อยอยู่อันดับหนึ่งเลยทีเดียว ก๋วยเตี๋ยวจ้าวนี้คือ "ก๋วยเตี๋ยวห้วยพลู" ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋น ที่อร่อยที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีครับท่าน


ก๋วยเตี๋ยวห้วยพลูตั้งอยู่ตรงข้ามร้านอาหาร ช.อีสาน อยู่ถนนเส้นขนานกับทางมาจากกรุงเทพฯ ขับมาถึงโลตัสก็ขับเลยมาจนถึงสี่แยกไฟแดง ให้เลี้ยวขวา ขับตรงไปจนถึงสามแยก ให้เลี้ยวขวาอีกครั้ง ขับตรงไปอีกประมาณ 300 เมตร ร้านก๋วยเตี๋ยวจะอยู่ทางซ้ายมือ ตรงข้ามร้าน ช.อีสานพอดี หรือจะโทรไปคุยกับเจ้าของร้านก่อนก็ได้ที่เบอร์ 0-7989-7153 บริเวณร้านมีที่จอดรถสะดวกสบายครับ


ย้อนหลังความเป็นมาของก๋วยเตี๋ยวห้วยพลู คำว่าห้วยพลู เป็นชื่อตำบลของ อำเภอนครชัยศรี ณ.ที่แห่งนี้มีก๋วยเตี๋ยวที่ขายกันอร่อยมากหลายร้าน มีร้านหนึ่งที่ขายมาได้สี่ปี ได้ย้ายมาขายที่จังหวัดกาญจนบุรี และตั้งชื่อร้านว่า "ก๋วยเตี๋ยวห้วยพลู" ด้วยระยะเวลาอันสั้นไม่กี่เดือน คนกาญจน์ชอบกันมากมายจนขึ้นระดับที่ถามใครก็แนะนำให้มาร้านนี้ครับ


ความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวห้วยพลูเริ่มต้นด้วยการเอาใจใส่ ตื่นตั้งแต่ตีสี่ จะมีคนเอาเนื้อคัดสรรอย่างดีมาส่ง หั่นเนื้อเป็นชิ้นใหญ่ๆ ต้มจนเปื่อยให้ได้ที่ จากนั้นก็หั่นเป็นชิ้นพอคำ ตุ๋นไฟอ่อนๆ ตลอดทั้งวัน จนเปื่อยอร่อยสุดๆ พร้อมทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นให้เราทานกัน ส่วนเวลาขายนั้น ร้านเขาจะเปิดประมาณ 3 โมงเช้า และปิดเวลา 3 โมงเย็น กะเวลาก่อนไปทานกันให้ดีๆนะครับ


หมูหินขอแนะนำอาหารชามเด็ดนะครับ "เกาเหลาเนื้อเปื่อย" เพิ่มถั่วงอกดิบ 1 ถ้วย ลูกชิ้นลวก 1 ถ้วย ข้าวเปล่า 1 ถ้วย เกาเหลารวมมิตร แบบรูปที่เห็น อร่อยนุ่มลิ้น กระตุ้นน้ำลายสอออกมาตั้งแต่เสิร์ฟเสร็จครับ มันยอดมากเลย กลิ่นหอมแตะจมูกมาแต่ไกล เมื่อวางบนโต๊ะอดใจไม่ไหวต้องหม่ำๆ กันทันทีจะกินแบบเติมเครื่องปรุง หรือไม่เติมก็อร่อยสุดทั้งนั้น ก๋วยเตี๋ยวที่นี่ใส่ผักสลัด ทำให้รดชาดอร่อยสะใจอย่างมาก เนื้อแต่ละชิ้น แต่ละคำ ลูกชิ้นแต่ละลูก นุ่มอร่อย ปรุงได้อย่างเทวดาเหยียบเมฆจริงๆครับ


นอกจากก๋วยเตี๋ยวเนื้อยังมีก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เส้นเล็ก เส้นใหญ่ ให้เลือกกันกันตามใจชอบ ส่วนของหวานก็มีลอดช่องน้ำกะทิ เฉาก๊วยโบราณ และที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็นน้ำปั่น จะให้อร่อยต้องน้ำสเตอร์เบอรี่ผสมกีวีหวานน้อย อร่อยเหนือคำบรรยายครับท่าน

ทายนิสัยจากจากการทาน.....ช็อกโกแลต

ทายนิสัยจากจากการทาน.....ช็อกโกแลต


ช็อกโกแลตนม


เป็นคนซื่อบริสุทธิ์ ใจดี ไม่มีพิษภัย อบอุ่น เข้าถึงง่าย และมีจินตนาการสูง แต่ข้อเสียคือเป็นคนลอยชาย ไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบตัว ชอบคิดถึงคืนวันเก่าๆ ขาดความกระตือรือร้น



ช็อกโกแลตสีขาว


เป็นคนอ่อนโยน มองโลกในแง่ดี ไม่ยึดติดกับสิ่งต่างๆ ปรับตัวเก่ง รักความยุติธรรม และเป็นกลางสุดๆ ไม่เคยปล่อยให้อารมณ์มีอำนาจเหนือความถูกต้อง



ช็อกโกแลตรสมินต์


มีรสนิยมดี ไม่อยู่ในกรอบ ตรงไปตรงมา ช่างคิดพิจารณากับทุกเรื่อง ไม่ชอบเข้าสังคม มักเก็บตัวอยู่คนเดียวเงียบๆ ดูลึกลับยากที่ใครจะเข้าใจความ คิดได้



ช็อกโกแลตสอดไส้คาราเมล


เป็นคนน่ารัก ร่าเริง ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ นอกจากนี้ ยังเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ แม้บางครั้งจะดูบ้าบิ่นไปหน่อย ไม่ชอบฉายเดี่ยว เวลาไปไหนมาไหนชอบยกโขยงไปกับเพื่อนกลุ่มใหญ่



ช็อกโกแลตสอดไส้ผลไม้


รักความท้าทาย ความตื่นเต้นเป็นชีวิตจิตใจ ตัดสินใจอะไรไปแล้วไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่นอน และไม่รีรอที่จะคว้าโอกาสงามๆ ที่เข้ามาในชีวิต



ดาร์กช็อกโกแลต


มีน้ำอดน้ำทนสูง เป็นนักแก้ปัญหาตัวยง ฉลาดหลักแหลม น่าเชื่อถือ และรักสุขภาพ แต่ชอบมองโลกในแง่ร้าย



ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล


ดูภายนอกเหมือนเป็นคนง่ายๆ สบายๆ เพื่อนเฮไหนก็พร้อมเฮนั่น แต่ถ้าใครมาท้าให้แหกกฎ เล่นขี้โกง หรือออกคำสั่งทั้งที่รู้ไม่จริง ก็พร้อมจะแข็งข้อเพื่อยืนยันในสิ่งที่ถูกต้อง



ขอบคุณข้อมูลจาก FW Mail
ภาพประกอบจาก Thinkstock